Author: athena_abradmin

สวัสดีปีใหม่ ปีที่ใครหลายคนตั้งเป้าว่าต้องเป็นปีแห่งการหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น และหากคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เมื่อดูแลสุขภาพกายแล้ว ต้องห้ามพลาดที่จะหันมาดูแลสุขภาพใจด้วย ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมานี้จะเห็นได้ว่าคนในสังคมทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “Mental Health” กันมากยิ่งขึ้น หรือให้ความสำคัญต่อการหมั่นสังเกตสุขภาพจิตของตนเองเป็นระยะ ๆ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้คนในสังคมทุกกลุ่มได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนอกเหนืออาการบาดเจ็บทางกายภายนอกที่เราสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เพราะหากเราพบว่าสุขภาพจิตของเราต้องการการดูแลรักษา นั่นก็ไม่ต่างจากการบาดเจ็บเป็นแผลที่สุขภาพกาย แต่กลับกันที่นี่คือแผลที่จิตใจ อยู่ภายใน ซึ่งมีเพียงผู้ป่วยเท่านั้นที่จะสังเกตตัวเองได้ และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในระยะยาวอย่างคาดไม่ถึง อย่างที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เมื่อจิตใจหดหู่ห่อเหี่ยว ก็จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่แสดงออกแบบแปลกแยก เช่น มีความเครียดความกดดันมากกว่าปกติจนไม่สามารถคุมอารมณ์ตัวเอง มีความคิดทำร้ายร่างกายตัวเองหรือคนรอบข้าง เป็นต้น มาสังเกตสุขภาพใจกัน แบบไหนต้องพบจิตแพทย์ หากเราเริ่มสังเกตสุขภาพจิตหรือ Mental Health ของเรา แล้วพบว่าตัวเองมีพฤติกรรม 7 รูปแบบนี้ ก็เป็นสัญญาณเตือนให้คุณต้องหันกลับมาใส่ใจสุขภาพจิตใจของตัวเองให้มากกว่าปกติ หรือพบนักบำบัด นักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อรับการช่วยเหลือ หรือเพื่อความชัวร์แนะนำว่าให้พบกับจิตแพทย์ก่อนก็ได้เหมือนกัน ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่า 7 พฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. รู้สึกว่าอารมณ์แปรปรวน ดีได้ชั่วครู่ก็กลับมาหดหู่แบบไร้สาเหตุ สังเกตสุขภาพจิตในเรื่องของอารมณ์และรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรารู้ตัวว่ากำลังรู้สึกมีความสุข โกรธ ผิดหวัง เศร้า หรือเสียใจ โดยเข้าใจว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้คืออะไรก็เท่ากับว่าเราสามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกตัวเองได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเศร้า หดหู่ ท้อแท้หรือวิตกกังวล อาจเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสภาวะทางจิตที่ไม่มั่นคงได้ ถ้าหากเป็นแล้วหาสาเหตุไม่เจอบ่อยๆ แนะนำว่าพบแพทย์จะเป็นการดีที่สุด 2. มีทัศนคติด้านลบในการใช้ชีวิต บนโลกนี้มีทั้งเรื่องดีและร้ายสลับกันไป ไม่มีใครที่มีความสุขทุกวันเช่นกันกับความทุกข์ที่จะอยู่กับเราแล้วก็ผ่านไป แต่ถ้าหากใครมีความรู้สึกว่าโลกนี้มีแต่ความทุกข์และน่าเสียใจ มองไม่เห็นแสงสว่างที่จะเข้ามาในชีวิตได้อีกต่อไป ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งสภาวะที่บ่งบอกได้ว่าสุขภาพจิตของคุณต้องการได้รับการดูแลที่มากขึ้นกว่าปกติแล้วในตอนนี้ โดยสังเกตได้เลยว่าหากเป็นต่อเนื่อง 2 สัปดาห์จำเป็นที่จะต้องพบจิตแพทย์โดยเร็ว 3. มีความคิดทำร้ายตัวเอง คนที่รักตัวเองและมีความนับถือตัวเองมากพอจะไม่มีความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเองหรือทำให้ตัวเองเจ็บปวด เมื่อใดก็ตามที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง อยากทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บเพราะคิดว่าเป็นวิธีในการระบายอารมณ์ ระบายความเครียด นั้นถือเป็นพฤติกรรมอันตราย ถึงแม้จะเป็นอารมณ์ชั่ววูบแต่ก็เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าตัวคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะ Low Self-esteem จนอาจขาดความยับยั้งชั่งใจได้ ดังนั้นหมั่น สังเกตสุขภาพจิตว่ามีในเรื่องนี้หรือไม่ ถ้าหากมีก็รีบไปพบจิตแพทย์ได้เลย ก่อนที่ความคิดจะแย่ลงมากเรื่อย ๆ 4. ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวมีปัญหา คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตจะมีการสื่อสารที่ผิดพลาดจากความเครียดความกังวล เมื่อต้องสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอาจเผลอใช้อารมณ์นำเหตุผลจนเกิดปัญหาความสัมพันธ์ ลองสังเกตตัวเองดูว่าเพื่อนสนิทของคุณเริ่มห่างหายไป คุณตามข่าวในสังคมรอบตัวไม่ทัน หรือเคยได้รับคำเตือนจากคนรอบตัวว่าเรากำลังมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหรือไม่ สามารถให้คนรอบตัว สังเกตสุขภาพจิตกันได้ และถ้าหากยิ่งส่งผลกระทบต่องาน ก็ต้องรีบพบจิตแพทย์โดยด่วน เพราะเท่ากับว่ากระทบทั้งความสัมพันธ์และงานแล้วนั่นเอง 5. ขาดสมาธิ ไม่สามารถโฟกัสการเรียน…

Read More

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? หลักสูตรฝึกอบรม Power Pitch Power Presentation การนำเสนองานเพื่อให้ได้งาน”How to Propose Winning Deal” การนำเสนองานให้ได้งานและลุล่วงตามเป้าหมายนั้น การมีเทคนิคการพูดหรือการนำเสนอที่ยอดเยี่ยมและความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอทักษะการบริหารจัดการสถานการณ์และการสื่อสารในห้วงเวลาที่นำเสนอถือเป็นปราการด่านสำคัญที่ผู้นำเสนอต้องฟันฝ่าไปให้ได้ เพื่อส่งให้ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการนำเสนอเดินทางไปยังผู้รับสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การจัดการภาษากายและบุคลิกภาพในการสื่อสารขณะนำเสนอจึงถือเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่ผู้นำเสนอควรได้มีความรู้ เเละฝึกฝนตนเองให้ชำนาญ มีรูปแบบการสื่อสารบุคลิกภาพที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์สำหรับกลุ่มผู้ฟังเหล่านั้นสำคัญกว่านั้นคือ “การ Pitch งานอย่างมีกลยุทธ์” ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจถึงสถานการณ์ ความต้องการของลูกค้า กลยุทธ์ของคู่แข่ง รวมถึงการเรียงลำดับของการนำเสนอแล้วทำการสื่อสารออกไปอย่างมีชั้นเชิง ด้วยหลักจิตวิทยาที่จะโน้มน้าวใจลูกค้าให้เกิดความคล้อยตามเชื่อมั่น และ อนุมัติงานที่นำเสนอในที่สุด ดังนั้น หลักสูตร “หลักการเสนองาน เพื่อให้ได้งาน (Power Pitch)” นี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขายโครงการ หรือนำเสนองาน Idea แก่ลูกค้า โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวการนัดหมาย การวิเคราะห์ การเรียบเรียงข้อมูลอย่างเป็นลำดับ และทักษะในการนำเสนอ เพื่อสร้างภาพมุมมองทางความคิดของเราให้ลูกค้ามีความสนใจ เชื่อมั่น จนกระทั้งนำไปสู่การยอมรับโดยการอนุมัติในที่สุด Key Contents Key Benefits หมวดหมู่ การพัฒนาตนเองและบุคลิกภาพ / การพูดและภาษา / จัดซื้อ การตลาด การขาย บริการ รูปแบบการเรียน อบรมออนไลน์ เวลาเรียน สอบถามโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรม ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามเพื่อคอนเฟริมโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรมอีกครั้ง Source link : คลิกดูข้อมูลเต็ม สนใจติดต่อได้ที่

Read More

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? อบรมการขาย Selling Skill for non sales person “ไม่ได้ทำตำแหน่งการขาย แต่ก็ต้องช่วยขายอยู่ดี ทักษะการขายยังไงก็ต้องมี” เรียนออนไลน์ผ่าน Zoom Meeting (พร้อมรับไฟล์เอกสาร) หลักสูตรนี้เหมาะกับ ผู้รับผิดชอบ ด้านการดูแลลูกค้า ด้านการตลาด ด้าน Sale Support และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลักการและเหตุผล หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าหลังยุค Pandemic ทุกธุรกิจต้องกลับมาเปลี่ยนกลยุทธ์และวางกระบวนการทางธุรกิจกันใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ดังนั้นแล้วบริบทขององค์กรจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลถึงบุคลากรขององค์กรที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและ Up Skill เพิ่มเติมเพื่อให้องค์กรสามาถดำเนินต่อไป และเกิดความยั่งยืน หนึ่งในทักษะที่องค์กรต้องการให้เกิดขึ้นกับบุคคลากร คือ ทักษะการขาย นั่นเอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าหลังจากนี้ไม่ว่าบุคคลากรมาจากหน่วยงานหน้าบ้านหรือหลังบ้าน ล้วนแล้วแต่ที่ต้องสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้ในทุกมิติ ดังนั้นแล้ว หลักสูตรการขายสำหรับบุคคลากรที่ไม่ได้อยู่ในงานขาย จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น และพื้นฐานที่ดีกับบุคคลากรที่ต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เข้าใจในบริบท และ ภาพรวม รวมทั้งแนวคิดและทัศคติต่อการขายที่ถือว่าเป็นทักษะที่ไม่ง่าย สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับมอบหมายหรือสัมผัสกับการขายมาก่อน Key Contents Module 1 : Effective Sales Consultant Mindset Module 2 : 5 Steps For Effective Consultative Sales Person Module 3 : Communication and Presentation Key Benefits หมวดหมู่ จัดซื้อ การตลาด การขาย บริการ รูปแบบการเรียน เรียนออนไลน์ผ่าน Zoom Meeting (พร้อมรับไฟล์เอกสาร) อื่น ๆ ที่ผู้เรียนต้องรู้ วิทยากร คุณนริศรา เชี่ยวพัฒนาเจริญ ประสบการณ์การทำงาน เวลาเรียน…

Read More

กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าในทุกวินาทีนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่จะไม่รู้จักปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่มีการพัฒนาเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ประจำปี 2023 นี้ อย่างเจ้า “ChatGPT” ปัญญาประดิษฐ์ เอไอสมองเพชร ตัวช่วยชั้นดีที่เข้ามาสร้างความฮือฮา สร้างความตื่นตัวให้กับทุกวงการ รวมถึงบางส่วนงานที่ยกเอาการใช้ ChatGPT เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนคนจริง ๆ บ้างแล้ว ถึงจะอย่างนั้น.. ก็อย่าลืมว่ามนุษย์อย่างเราก็คือผู้สร้างเจ้าสิ่งประดิษฐ์นี้ขึ้นมา แทนที่เราจะไปมัวนั่งกลัวว่าปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้จะเข้ามา Disrupt เรา จะดีกว่าไหม ??? ถ้าหากเราพลิกสถานการณ์จากผู้ตามเป็นผู้ควบคุมแทน และสามารถ หารายได้เสริม ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จากการใช้งานเจ้า ChatGPT ให้คุ้มค่าที่สุด รีดศักยภาพอันสูงสุดของเจ้าหุ่นยนต์สมองเพชรนี้ออกมาให้ได้ และต่อไปนี้คือ 5 ไอเดียง่าย ๆ ที่สามารถเปลี่ยน ChatGPT ให้เป็นผู้ช่วยชั้นยอด และสามารถสร้างรายได้ให้กับคุณจนต้องร้องว้าว การใช้ ChatGPT หารายได้เสริม ทำได้ไม่ยากและเหมาะกับทุกคน ChatGPT นับว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์เพียงแค่โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้และถามในสิ่งที่คุณต้องการ ตัว ChatGPT ก็พร้อมให้คำตอบในสิ่งที่คุณต้องการแบบเฉียบพลัน และถ้าหากหลายคนคงสงสัยว่า การใช้ ChatGPT สามารถสร้างรายได้อย่างไร และมีวิธีการไหนบ้าง สามารถดูไอเดียในการ หารายได้เสริม และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. สร้างเนื้อหาดิจิทัล ปัจจุบันมีหลากหลายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชทั้งในไทยและต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถใช้ ChatGPT ในการช่วยสร้างเนื้อหาต่าง ๆ เช่น สคริปต์รายการ โครงบทละครสั้น เนื้อเพลง หรือนวนิยาย และสามารถวางขายได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ แต่ต้องมีการผสมผสานแก้ไขปรับปรุงโดยสกิลของมนุษย์เข้าไปด้วยเพื่อให้มีความเป็นธรรมชาติลื่นไหล ในบางระบบอาจมีการ Generate ภาพออกมาให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ เพียงแต่แพลตฟอร์มหลาย ๆ ที่อาจจะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับผลงานที่สร้างโดย AI เนื่องจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์ แม้จะสามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องทางที่คุณนำภาพที่เกิดจาก การใช้ ChatGPT เหล่านี้ไปลงขายนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องแล้วหรือไม่ 2. บริการเขียนบทความ งานด้านคอนเทนต์เป็นที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสร้างการขาย เพิ่มยอดเอนเกจเมนต์ได้ สามารถใช้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยในการให้บริการเขียนบทความครบวงจร แม้จะไม่ใช่การเขียนทั้งหมดเพราะภาษาของ AI ย่อมมีความแข็งกระด้างมากกว่าการเขียนโดยมนุษย์จริง ๆ อยู่ การใช้ ChatGPT เขียนบทความทั้งหมดอาจเกิดข้อด้อยในด้านของความไม่ลื่นไหลของภาษาโดยเฉพาะในภาษาไทย ดังนั้นเราแนะนำให้ใช้ ChatGPT ในด้านของการออกแบบ Outline การเขียนให้สมูทจะดีกว่าการใช้เขียนทั้งหมด เพราะข้อมูลที่อยู่ในระบบนั้นมีครบรอบด้าน เพียงแค่คุณป้อน Keyword ให้ถูกต้อง ก็สามารถทำเงินจากการเขียนบทความได้ไม่ยากเลย หรือใครที่อยากจะหาไอเดียเพื่อนำไปเขียนบทความก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบไหนเลย 3. ออกแบบ/วางแผนธุรกิจ ระบบของ ChatGPT บางตัวสามารถช่วยวางแผนธุรกิจออกมาเป็นขั้นตอนพร้อมรายละเอียดให้คุณได้ทันที เพียงแค่ใส่รูปแบบธุรกิจที่ต้องการ ระบบจะประมวลผลทั้งขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการตลาด ขั้นตอนการ PR และวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย ราวกับว่ามีผู้ช่วยส่วนตัวช่วยวางแผนงานธุรกิจ ในโอกาสนี้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจขนาดเล็กของตัวเอง หรือใช้ความสามารถส่วนนี้รับงานเป็นผู้ช่วยดูแลธุรกิจ e-commerce ให้กับผู้อื่น โดยการนำข้อมูล สถิติ แนวโน้มทางการตลาดที่ได้จาก AI ไปวิเคราะห์อีกครั้งและเสนอแผนเพิ่มเติมตามความคิดและไอเดียของคุณให้กับลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ก้าวล้ำเป็นอย่างมาก เหมาะแทบจะใช้กับทุกธุรกิจกันเลยทีเดียว 4. สอนการใช้งานระบบ AI/CHATGPT ตัวของ ChatGPT เองก็เป็นแหล่งสร้างเงินได้ เนื่องจากปัจจุบันยังมีคนอีกมากที่ไม่เข้าใจการใช้งาน หรือวิธีการใช้ประโยชน์สูงสุดของระบบ ถ้าหากคุณมีความเชี่ยวชาญและมีความเข้าใจมากพอ ก็สามารถสร้างบทเรียนออนไลน์ จัดทำคอร์ส หรือเขียน E-book สอนเกี่ยวกับวิธีดึงเอาความสามารถ การใช้ ChatGPT ไปประยุกต์ใช้ในบริบทหรือสายอาชีพต่าง ๆ ก็เป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง และแน่นอนว่าการสร้างรายได้แบบนี้ถือว่าเป็น Passive income สามารถหารายได้แบบยาวๆ เลย 5. คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ยูทูปเบอร์ และอื่น ๆ …

Read More

Growth Mindset กรอบความคิดที่เชื่อว่า ทุกคนนั้นมีความเก่งและสามารถเติบโตได้อีกเรื่อย ๆ สกิลสำคัญที่คนยุคนี้ต้องเรีนยรู้และมีไว้เพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกปัจจุบัน ในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวล้ำ ทันสมัย และด้วยวิธีการปลูกฝัง Growth Mindset เพื่อให้ชีวิตไม่มีลิมิตในทุกด้าน บทความนี้พบกับการนำเสนอกรอบความคิดที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับการเรียนรู้แบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ จะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย คิดแบบ Growth Mindset คืออะไรมาหาคำตอบกัน ! คำว่า Growth Mindset (โกรท มายเซ็ท) คีย์หลักจะหมายความว่า เชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถพัฒนา ได้เสมอ หากฝึกฝนและพยายามในสิ่งใดก็ตาม เราสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยความพยายาม พร้อมทั้งใช้เวลากับมันด้วยความตั้งใจ เป็นกรอบแนวคิดที่หลุดพ้นจากความตายตัว หรือ Fixed Mindset (ฟิก มายเซ็ท) ที่แต่เดิมเชื่อว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับความสามารถ หรือพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน ทำให้ยึดติดอยู่กับขีดความสามารถที่จำกัดของตัวเอง ความคิดแบบ Growth Mindset แตกต่างจาก Fixed Mindset อย่างไร ความคิดแบบ Growth Mindset รู้จักกการมองหาโอกาสในสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะเป็น Mindset ที่ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ ยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเสมอ ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ผู้ที่มี Growth Mindset จะคิดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโอกาสที่เข้ามา ผ่านการเรียนรู้จากความผิดพลาด หรือแม้แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายก็สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองและก้าวข้ามผ่านมันได้ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดแบบ Fixed Mindset ที่ยึดติดอยู่กับความล้มเหลว มีมุมมองกับสิ่งต่าง ๆ ในเชิงแง่ลบ ลงมือทำช้า ล้มเลิกไว เช่น คนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว จะมองว่าคนที่เรียนเก่งได้คะแนนดี เป็นเพราะเขามีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด ซึ่งจริง ๆ เขาอาจเป็นคนขยันและตั้งใจเรียนมากกว่าคนอื่นก็ได้  ซึ่งต่างจากกรอบความคิดแบบ Growth Mindset ที่เชื่อว่า เราเองก็เรียนเก่งได้ หากใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝน เพราะถ้าหากมีความคิดแบบ Fixed Mindset คุณจะไม่สามารถกล้าจะทำในสิ่งที่อยากทำได้เลย จะติดอยู่กับกรอบเดิม…

Read More

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? Innovation Thinking to Success การคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์การทำงานให้ประสบความสำเร็จ หลายคนเชื่อว่า การพัฒนาความคิด เชิงนวัตกรรมเป็นพรสวรรค์ติดตัวมา แต่ในความเป็นจริง เราทุกคนล้วนมีความคิดเชิงนวัตกรรมซ่อนอยู่ในตัวเรา โดยอาจต้องการเพียงการปลุกความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรืออาจต้องการเพียงโอกาสที่มีคนหยิบยื่นให้ เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดผลงานใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น  ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมเปรียบเหมือนพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคน เมื่อใดที่เราได้ริเริ่มให้พลังนั้นได้แสดงออกมาในรูปของการปฏิบัติจริงอย่างเต็มที่ ย่อมทำให้เกิดการยอมรับทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรได้ ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงานและผู้บริหารทุกคน ทั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การแก้ปัญหา และการบริหารงานหลักสูตรนี้ จึงได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้เทคนิคในการพัฒนาความคิดเชิงนวัตกรรม ด้วยหลัก 5 คิด เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางใหม่ ๆ สามารถต่อยอดความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และสร้างความสำเร็จให้องค์กร รวมทั้ง การร่วมระดมทำกิจกรรมด้านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ประยุกต์ขึ้น เมื่อจบการอบรม ผู้เข้าสัมมนาจะสามารถประยุกต์และต่อยอดความรู้ในเรื่องนี้ได้ด้วยตนเอง วัตถุประสงค์ Module 1 กระตุ้นต่อมความคิด….พิชิตความสำเร็จ Module 2  การพัฒนาความคิด ….พิชิตความสำเร็จในการทำงาน หมวดหมู่ การพัฒนาตนเองและบุคลิกภาพ / หัวข้ออบรมอื่นๆ รูปแบบการเรียน อบรมทั่วไปโดยบริษัท/หน่วยงาน อื่น ๆ ที่ผู้เรียนต้องรู้ วิทยากร พท.ดร.ธธีร์ธร ธีรขวัญโรจน์อดีต General Manager – บริหารสินค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัดอดีตผู้จัดการและบริหารการขายอุตสาหกรรมนมไทย (นมตรามะลิ) และผ่านงานด้านการขายและการตลาดจาก Marriott Royal Garden Resorts Group รวมประสบการณ์การทำงานด้านการขาย การตลาดและการบริการมากกว่า 30 ปี เวลาเรียน สอบถามโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรม ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามเพื่อคอนเฟริมโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรมอีกครั้ง Source link : คลิกดูข้อมูลเต็ม สนใจติดต่อได้ที่

Read More

“Good health is true wealth” สุขภาพดีคือความมั่งคั่งที่แท้จริง buzzword คุ้นหูนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด เมื่อเราทุกคนต่างรู้ดีว่าโลกของเราในทุกวันนี้ได้รับผลร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอุตสาหกรรม ภาวะเรือนกระจก การตัดไม้ทำลายป่าของมนุษย์ ส่งผลให้สิ่งมีเจือปนในอากาศ สารเคมีในอาหาร นำพามาซึ่งเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และโรคภัยไข้เจ็บสายพันธุ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ และเริ่มมีกลุ่มคนที่ตระหนักถึงภัยคุกคามที่มองไม่เห็นนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาเหล่านั้นต่างให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพ มากขึ้น และยังร่วมรณรงค์ให้ผู้คนตื่นตัวผ่านสื่อฯ หรือแคมเปญต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมไปถึงการใช้ แอปดูแลสุขภาพ กันให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน เราทุกคนต่างต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จึงสำคัญมาก เริ่มที่ตัวเองเราเองได้ง่าย ๆ โดยต้องหมั่นตรวจเช็กร่างกายตัวเองอยู่เสมอ สำหรับใครที่ไม่ชอบความยุ่งยาก หรือขี้เกียจเดินทางไปตรวจสุขภาพไกลบ้าน เราขอแนะนำ 10 แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพของตัวเอง ตัวช่วยสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณ ให้ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ลดการเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลได้อย่างแน่นอน รวม 10 แอปดูแลสุขภาพ ให้กับตัวเองเป็นประจำทุกวัน สำหรับ แอปดูแลสุขภาพ ทั้ง 10 แอป ที่ได้มีการคัดสรรมานั้น ถือว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก คุณไม่จำเป็นต้องโหลดทุกแอป แต่ให้เลือกแอปที่คุณต้องการจะ ดูแลสุขภาพ ร่างกายและจิตใจในด้านไหน แบบใดจะเป็นการดีที่สุด โดยรายละเอียดต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ 1. MyFitnessPal เริ่มกันที่แอปพลิเคชันแรก MyFitnessPal แอปติดตามการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน มาพร้อมฟังก์ชันการวางแผนออกกำลังกาย ภายในมีข้อมูลอาหารหลากหลาย สามารถสแกนบาร์โค้ดเพื่อตรวจสอบปริมาณแคลอรีอาหารที่ทานได้ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพหรือสาว ๆ ที่ต้องการลดน้ำหนัก และสิ่งนี้เองจะเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้ 2. Apple Health อีกหนึ่งแอปพลิเคชันติดตามสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ภายในมีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับกิจวัตประจำวันมากมาย เช่น ข้อมูลโภชนาการ การออกกำลังกาย และที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบการนอนหลับได้อีกด้วย ใครที่พักผ่อนน้อย หรืออยากวางแผนการนอนหลับให้เพียงพอเพื่อสุขภาพควรติดตั้ง การนอนเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะจะฟื้นฟูและซ่อมแซมร่างกายให้กลับมาสดชื่นเมื่อตื่นนอนอีกครั้ง 3. Balance: Meditation & Sleep มาต่อกันที่แอปพลิเคชันช่วยฝึกสมาธิและเสริมสร้างพัฒนาการทางสติ Balance: Meditation & Sleep แอป…

Read More

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? สัมมนาฟรี แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2024 กับการปรับกลยุทธ์ของนักธุรกิจไทย Strategic Center ขอเชิญเข้าร่วมงาน สัมมนาธุรกิจ ประจำปี ฟรี!! เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก ฟังแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2024 กับการปรับกลยุทธ์ของนักธุรกิจไทยจากกูรู ด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ เปิดมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจ วิเคราะห์ผลกระทบจากวิกฤตโลก พร้อมแนวทางการวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในปัจจุบันจนถึงอนาคต เพื่อยกระดับธุรกิจด้วยการวางกลยุทธ์ธุรกิจอย่างรอบด้าน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี!! (รับจำนวนจำกัดองค์กรละ 4 ท่าน) ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม!! เรียนรู้กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนแนวคิด มุมมองวิธีการและผลกระทบต่อองค์กรทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ หมวดหมู่ การบริหารการจัดการ กลยุทธ์ธุรกิจ รูปแบบการเรียน อบรมออนไลน์ อื่น ๆ ที่ผู้เรียนต้องรู้ ร่วมแลกเปลี่ยนไปพร้อมกันกับ ดำเนินรายการโดย คุณดาว อภิสรา นุตยกุล ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เวลาเรียน สอบถามโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรม ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามเพื่อคอนเฟริมโดยตรงกับผู้จัดคอร์สอบรมอีกครั้ง Source link : คลิกดูข้อมูลเต็ม สนใจติดต่อได้ที่

Read More

“ดีแต่ป้อ ล่อไม่เป็น” สำนวนแสบ ๆ คัน ๆ ฟังแล้วคันหู เป็นสำนวนที่ช่างเหมาะสมเหลือเกินกับกลยุทธ์สำคัญกลยุทธ์นึงในการขาย ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ทำหน้าที่ พนักงานขาย AE พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์-ออฟไลน์มีหน้าร้าน จำเป็นต้องรู้ !!! ต่อให้สินค้า-บริการคุณดีแค่ไหน สื่อสารกับลูกค้าได้ดี ยิงแอดจนลูกค้าทักมาไม่หวาดไม่ไหว คุยป้อไม่หยุด.. แต่ลูกค้าแค่ถาม แค่สนใจ ก่อนจะบอกลาทางอ้อมกับคุณว่า “เดี๋ยวขอคิดดูก่อน” “ขอปรึกษาแฟนก่อนนะ..” นี่แหละสัญญาณของการ “ล่อไม่เป็น” หรือพูดอย่างเข้าใจง่าย ๆ คือ คุณขาดเทคนิคของการ “ปิดการขาย” ต้องบอกว่าเทคนิคนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม และเทคนิคการปิดการขายนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมากของกระบวนการทั้งหมดในการทำธุรกิจ เพราะมันคือการ “ปิดเกม” เป็นจุดสิ้นสุดของการซื้อ-ขาย เป็นขั้นตอนที่คุณจะได้รับเงินมาจากการทำธุรกิจ แน่นอนว่าในทางตรงกันข้าม ปิดเกมไม่ได้ ก็ไม่ได้เงิน เท่ากับว่าคุณอาจจะกำลังขาดทุนอยู่ก็ได้ และที่แย่กว่านั้นอาจส่งผลทำให้ธุรกิจเจ๊ง ดังนั้นเทคนิคของการจะขายอย่างไรให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของคุณได้ไปต่อหรือพอแค่นี้ 7 เทคนิค ปิดการขาย ปรับนิดเดียว.. ยอดขายพุ่ง มีกฎที่คุณจะต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ชำนาญ นั่นก็คือ “การรู้ลึกและรู้จริงสินค้าและบริการ” ที่กำลังจะนำเสนอให้กับลูกค้า เพราะถ้าหากตรงนี้คุณทำไม่ได้ หรือไม่สามารถให้คำตอบได้ บอกเลยว่าเทคนิคทั้ง 7 ข้อที่จะให้คุณนำไปปรับใช้ จะไม่สามารถปิดการขาย เพิ่มยอดซื้อ สร้างกำไรได้เลย ถ้าหากคุณเคลียร์ตรงนี้ผ่าน ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเทคนิคการขายอย่างชาญฉลาดนั้นสามารถทำได้อย่างไรได้บ้าง 1. ถามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ตาม การถามหาความต้องการของลูกค้าคือสิ่งแรกที่ควรจะทำ เพื่อที่จะได้ทราบถึงความต้องการนั้นจริง ๆ โดยส่วนใหญ่ความต้องการนั้นเกิดจาก “ปัญหา” ของลูกค้า เพราะถ้าหากไม่มีปัญหาก็จะไม่เกิดการซื้อ ยกตัวอย่าง หน้าเป็นกระ จึงต้องการผลิตภัณฑ์รักษากระ, อยากเก็บของในบ้านให้เป็นระเบียบเลยมองหาตู้เก็บของ, อยากเพิ่มยอดวิวเลยมาปรึกษา Agency 2. นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เมื่อได้ทราบปัญหาของลูกค้าแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการตามธุรกิจและร้านค้าต่างๆ ของคุณ โดยนำเสนอในแง่มุมของการได้ “ประโยชน์” จากการซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ ที่สามารถ “แก้ปัญหา” ให้กับลูกค้าได้จริง แทนที่จะยัดเยียดการขาย คือการส่งราคาให้ลูกค้า และให้ลูกค้าโอนเงินเลยหรือจ่ายเงินเลย 3. การใช้ประโยคคำพูดในการขาย การเลือกใช้ประโยคคำพูดในการขายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการขายออฟไลน์หรือออนไลน์ ที่จะต้องใช้เวลาในการฝึกฝน หรือเตรียมคำถาม-คำตอบไว้…

Read More

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? การแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในยุคแห่งความรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Age) การบริหารเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จดูเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นทุกขณะ โดยผู้บริหารต้องเห็น 3C กล่าวคือ Change – Customer – Competition ดังนั้นเราต้องการมนุษย์พันธุ์ใหม่ในการบริหารองค์กรมนุษย์พันธุ์ใหม่ซึ่งมีกรอบการคิดแบบใหม่ เรียกว่าการเคลื่อนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ในกรอบการบริหารและกรอบความคิด ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการบริหารที่ผู้บริหารต้องมีลักษณะคิดเป็นนักวางกลยุทธ์ (Strategic Thinker) มีการบริหารภายใต้การตัดสินใจที่ถูกต้อง (Strategic Decision) การบริหารที่วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในภายนอกองค์กรอย่างมีระบบ (Strategic Analysis) การบริหารที่มีการกำหนดทิศทางที่แน่นอนชัดเจน (Strategic Direction) และทั้งหมดอยู่ใน หลักสูตรผู้บริหาร นี้แล้ว ! กล่าวได้ว่า.. กุญแจสู่ความสำเร็จที่สำคัญนั้น “ผู้บริหารควรวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ (Strategic Positioning) ขององค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยงแปลง” ซึ่งจะสะท้อนออกมาโดยมิใช่เป็นแผนธุรกิจแบบเดิม แต่เป็นแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) ที่มีการบริหารเชิงพลวัต โดยเราเรียกการบริหารแบบนี้ว่า “การบริหารเชิงกลยุทธ์” Strategic Management นั่นเอง Key Contents ก้าวสู่การเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) ท่านจะได้เข้าใจถึงหลักแนวคิดในรูปแบบของการคิดเชิงกลยุทธ์ในแบบต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น เพราะระบบคิดคือพื้นฐานของการจัดการทั้งหมดของผู้บริหาร ในการนำไปใช้เพื่อวางแผน และตัดสินใจทางธุรกิจ เราจะเป็นนักบริหารเชิงกลยุทธ์ได้ ก็ต้องเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์เสียก่อนกุญแจสู่ความสำเร็จใน การบริหารเชิงกลยุทธ์โดยใช้ทฤษฎีเกมส์ (Game Theory) ท่านจะได้เรียนรู้ปัจจัยใดบ้างที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการบริหารเชิงกลยุทธ์โดยใช้ทฤษฎีเกมส์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยอมรับจากคนทั้งโลก ด้วยหลักการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่ตามมา ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปที่ผู้บริหารควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจกลยุทธ์ของคู่แข่ง การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อการเจรจาต่อรอง เพื่อวิเคราะห์และประเมินตามสถานการณ์นั้น ๆ การกำหนดตำแหน่งและทิศทางเชิงกลยุทธ์การแข่งขัน (Competitive Strategy) ท่านจะสามารถนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้ในการกำหนดตำแหน่งและทิศทางเชิงกลยุทธ์ดีที่สุดที่เหมาะสมกับองค์กร ซึ่งผู้บริหารต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะไปถึงเป้าหมายที่ได้กำหนดได้อย่างไร ซึ่งต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ใน 3 ระดับนี้ด้วย กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) กลยุทธ์ระดับปฏิบัติการ (Function Strategy) แนวคิดและขั้นตอนการสร้างแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning Process) ในการทำแผนเชิงกลยุทธ์ท่านจะได้เรียนรู้การสร้างแผนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างมีแบบแผนเริ่มตั้งแต่…

Read More