*Trendy Now

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความร้อนแรงของ House of the Dragon ซีรีส์ยอดนิยมส่งท้ายปี ดีไม่แพ้ซีรีส์ในสตอรี่ไลน์เดียวกันอย่าง Game of Thrones และเชื่อไหมว่า.. เพียงแค่ซีซันที่หนึ่งก็สามารถโกยสกอร์จากบ้าน imdb ไปถึง 8.6/10 และจาก Rotten Tomatoes 86% หากคุณเป็นคนนึงที่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้ว จะเห็นว่าตัวละครใน House of the Dragon มีความโดดเด่นและบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของตัวละครนึงมักพาคุณไปเจอประเด็นต่าง ๆ ที่น่าตื่นเต้น ซับซ้อนแต่ก็สอดประสานกันได้อย่างสนุก…

*รักโลก รักสุขภาพ

ดาเมจรุนแรงมากสำหรับกระแส Sustainability รณรงค์ให้คนหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น กระแสพุ่งตรงแรงที่ตั้งแต่ระดับตัวบุคคล ครอบครัว คนรักสุขภาพมากขึ้นและก็รักษ์โลกไปด้วย ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก-ใหญ่ บริษัทแบรนด์ใหญ่ ๆ รีแบรนด์ตัวเองให้เป็นสาวก Eco Friendly ออกแคมเปญโปรโมท Sustainability มากมาย…

อ่านหัวข้อแล้ว ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า เราไม่ได้จะบอกว่าการหาลูกค้าใหม่เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นหรือกลยุทธ์การลดราคาเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้ แต่อยากให้ลองคิดว่า หากลูกค้าที่ได้มามีแต่ลูกค้าครั้งเดียว (one-time customer) คุณก็คงต้องลดราคาอยู่เรื่อยไป จนกระทั้งนั่นกลายเป็น “ราคาปกติ”…

แม้ว่าสงครามและโรคระบาดจะเริ่มซาลงกว่าแต่ก่อน ทว่ากระแสเทรนด์ดิจิทัลก็ยังคงมาแรงไม่หยุดยั้ง เพียงไม่ทันไรโลกของเราก็เริ่มพลัดเปลี่ยนจาก Digital Marketing (DM) สู่ Metaverse Marketing (MM)…

สิ่งที่เรียกว่า ‘ธุรกิจ’ ในสายตาของคุณนั้นคืออะไร ?.. หากย้อนกลับไปสิบถึงยี่สิบปีก่อน การมีแบรนด์คงไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญอะไรมากมายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง พ่อค้าแม่ขายตลาดนัด คุณป้าร้านขายของชำ ไปจนถึงอาเฮียร้านห้องแถวขายอุปกรณ์ก่อสร้าง พวกเขาก็ยังสามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ…

วิธีคิดหาไอเดียสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มโซเชีลมีเดียที่ unique เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ถือเป็นสกิลที่สำคัญมากของนักการตลาดสมัยใหม่ในการทำ Content Marketing เพราะหากมีคอนเทนต์ที่ดี…

เคยสงสัยกันไหมว่า.. ทำไมรถเข็นไอศกรีมถึงใช้เสียงกระดิ่งดังกรุ่งกริ่งทุกครั้งเมื่อต้องตามบ้านใครต่อใครในยามเย็น และเคยรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมว่าทำไมเสียงเพลงในร้านอาหารหรือคาเฟ่ถึงมีอำนาจดึงดูดให้ลูกค้านั่งอยู่กับที่แม้จะกินอาหารเสร็จแล้วก็ตาม คนออกกำลังกายในฟิตเนสเสมือนถูกแรงกระตุ้นจากเสียงเพลงเร้าใจให้มีพลัง หรือหากคุณเป็นหนึ่งในหลายแสนล้านคนบนโลกที่พรั้งเผลอด่วนซื้อของโดยไม่สนราคาแสนแพงของสินค้าชิ้นนั้น บางทีคุณอาจตกอยู่ภายใต้อำนาจสะกดของเสียงเพลงเสียแล้ว Music Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่หลายธุรกิจหยิบใช้แล้วได้ผลมานาน กระทั่งโซเชียลมีเดียเข้ามาในชีวิตเราแบบเต็มตัว…

ธุรกิจเริ่มปัง จะ จดทะเบียนบริษัท แบบไหนดี ? ทุกคน ทุกคนรู้มั๊ยว่าทุกวันนี้การเริ่มทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องยากเหมือนในอดีต เพราะเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าเริ่มต้นแล้วจะสำเร็จทุกรายหรอกนะ ดังนั้นก่อนเริ่มทำธุรกิจ…

Business knowledge 77%
Technology 71%
Self development 90%
Potential improvement 86%

Athena new release

ถอดบทเรียน “ธุรกิจเจ๊ง” เช็คความเสี่ยงว่าธุรกิจคุณเข้าขั้นวิกฤตแล้วหรือยัง ? ปกติแล้วบทความส่วนใหญ่จะให้หนทางทำอย่างไรก็ได้ให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ พร้อมแนะนำเคล็ดลับต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าหากคุณกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจหรือทำธุรกิจแล้วกำลังประสบกับความเสี่ยงในการทำให้ ธุรกิจเจ๊ง…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? Convincing จิตวิทยาและวาทศิลป์ในการโน้มน้าวใจ “เคล็ดลับ! การโน้มน้าวใจคนให้สำเร็จ ด้วยเทคนิคเชิงจิตวิทยาและศิลปะการพูด”หลักการและเหตุผลการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันหลากหลายองค์กรต่างเห็นความสำคัญถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์”บุคลากร”ทางด้านทัศนคติกระบวนการความคิดให้เกิดความสุขในการทำงาน องค์กรจึงต้องนำศาสตร์และศิลป์ทางจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในการวางแผน บริหารจัดการ การจูงใจ การเจรจาต่อรอง…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? หลักสูตร Generative AI for Productivity เรียนออนไลน์ผ่าน Zoom Meeting…

เปิดรับสมัครแล้ว คอร์สเรียนออนไลน์ “ก้าวแรกสู่ การพูดในที่สาธารณะ” คอร์สเรียนทักษะการพูดในที่สาธารณะที่โฟกัสตรงจุด ทำให้คุณพัฒนาทักษะการพูดเป็นเร็วขึ้น SPEAK SPARK ได้กลั่นกรอง “ศาสตร์และศิลป์”…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลงานขององค์กรเพื่อให้ได้งานเชิงพัฒนามากขึ้น หลายองค์กรได้เลือกทำการปรับปรุงแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดผลงานเช่น KPIs โดยเปลี่ยนไปเป็นการตั้งเป้าหมายในเชิงพัฒนา รวมทั้งการกำหนดตัวชี้วัดผลงานแบบที่มุ่งเหตุที่ทำให้เกิดผล และผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการ มากกว่าที่จะตั้งตัวชี้วัดผลงานแบบงานประจำ และตัวชี้วัดผลงานที่มุ่งวัดผลเบื้องต้นเท่านั้น…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? ทําความรู้จักกับไคเซ็น (KAIZEN) เครื่องมือที่ช่วยในการทําไคเซ็นในสํานักงาน หมวดหมู่ งานบุคคล HR การทำงาน…

ดาเมจรุนแรงมากสำหรับกระแส Sustainability รณรงค์ให้คนหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น กระแสพุ่งตรงแรงที่ตั้งแต่ระดับตัวบุคคล ครอบครัว คนรักสุขภาพมากขึ้นและก็รักษ์โลกไปด้วย ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก-ใหญ่ บริษัทแบรนด์ใหญ่ ๆ รีแบรนด์ตัวเองให้เป็นสาวก Eco Friendly ออกแคมเปญโปรโมท Sustainability มากมาย ตลอดจนการลงทุนาสร้างโปรเจคอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร และแน่นอนว่ามันคีพคูลเข้ากับเทรนด์ Eco Friendly ในเจเนอเรชั่นนี้มาก…

หากเราตั้งคำถามกับตัวบุคคลในด้าน การทำงาน ว่า จะทำงานอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ? หรือทำอย่างไรให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ?.. เชื่อว่าคำถามเหล่านี้ตอบยากมาก ๆ เพราะการพัฒนาการทำงานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่าในปัจจุบันการทำงานของคนยุคใหม่ล้วนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การทำงาน อยู่เสมอก็ตาม แต่นั่นก็ไม่วายต้องพบกับอุปสรรคที่เกิดจากปัญหาตัวบุคคล นั่นก็เพราะมนุษย์มิใช่เครื่องจักร ไม่สามารถทำงานอย่างมีสเถียรภาพได้ในทุกวัน ปัญหายอดฮิตที่มักพบ เช่น การบริหารเวลาไม่ดี ปัญหาการจัดการเรื่องส่วนตัว จัดลำดับความสำคัญงานไม่ถูกต้อง ขาดทักษะการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้จึงทำให้งานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ Main Focus คอร์สอบรมแนะนำจาก อบรมดอทคอม

หลังจากเกิดวิกฤตการณ์แพร่ระบาดโควิด ทำให้รูปแบบการทำงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก หลายคนคงได้ยินคำว่า Work from home หรือ Hybrid work มาพอสมควร สภาพการเปลี่ยนแปลงบางอย่างทำให้มนุษย์ออฟฟิศมีพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไปจากเดิม หลายคนรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ทำงานอยู่บ้านกับครอบครัว ทว่าขณะเดียวกันก็อยากยืดหยุ่นการทำงานและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าการบริหารองค์กรด้วยการทำงานรูปแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ Work Life Balance ของผู้คนอีกต่อไป ซึ่งหลายครั้งก็ไม่อาจรั้งพวกเขาให้อยู่กับเราได้นานเช่นกาลก่อน ดังปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่าง The Great Resignation และ Quiet Quitting ในช่วงล่าสุดที่ผ่านมา และคล้ายกับว่านี่เป็น Butterfly Effect ที่มีผลต่อองค์กรในกาลข้างหน้าอย่างมากทีเดียว วันนี้เราจึงอยากแชร์เทรนด์การทำงานปัจจุบันที่สามารถตอบโจทย์ของการบริหารธุรกิจของคุณกันครับ ว่าจะไปในทิศทางไหนได้บ้าง กับ 5 รูปแบบการทำงานที่มาแรงในยุคใหม่ การทำงานยุคใหม่ที่มาแรง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การทำงานอยู่ภายในออฟฟิศแบบซังกะตายแบบเดิม ๆ อาจเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้คนยุคใหม่เลือกอยู่กับเราน้อยลง ซึ่งส่งผลต่อการบริหารธุรกิจและองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการขาดพนักงานที่สามารถรับผิดชอบในงานสำคัญ หรือจะเป็นรับภาระงานอันหนักหน่วงของพนักงานที่ยังเหลืออยู่ในบริษัท สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้พนักงานเกิดอาการ Burn Out และขาดแรงใจจะอยู่กับเราในที่สุด และจากที่เกริ่นกันไปแล้ว.. ทีนี้เรามาดูกันครับว่า มีรูปแบบการทำงานแบบใดบ้างที่จะทำให้การบริหารธุรกิจและองค์กรของเราเป็นเรื่องที่สะดวกยิ่งขึ้น 1. Remote and Hybrid work ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานทางไกลเป็นตัวเลือกลำดับแรกที่ดึงดูดใจพนักงานเก่าหรือคนอื่นที่พบเห็นใบสมัครในบริษัทของเราเป็นอันต้องหยุดชะงักเพราะความสนใจ โดยรูปแบบการทำงานแบบทางใกล้จะมีหลายรูปแบบย่อย ตามแต่เราจะวางเงื่อนไขรูปแบบดังกล่าว ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบย่อย ได้แก่ 2. Visual Team Building Google Meet, Zoom, Microsoft Team เป็นตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแค่คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กของคุณได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ดังกล่าว การจะฟอร์มทีมสำหรับเรียกประชุมและคุยงานก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว และยิ่งมี VR หรือ Visual Reality เป็นหนึ่งในเครื่องมือจากนวัตกรรมสุดล้ำที่มีความสามารถจำลองภาพให้เสมือนจริงบนโลก Metaverse…

ในปัจจุบันผู้คนมักมุ่งหน้าตั้งใจเรียน มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่ออนาคตที่ดี แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ต้องแลกอะไรบางอย่างกลับมา ไม่ว่าสุขภาพทางด้านร่างกายที่อาจเป็นออฟฟิศซินโครม มีปัญหาเรื่องสายตา ในขณะเดียวกันสุขภาพใจอาจมีปัญหาในเรื่องของความเครียด อาการ Burnout Burndown รวมไปถึงความวิตกกังวลจนนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้ ดังนั้นการโฟกัสหรือมีแพสชั่นกับการหา งานอดิเรก ที่เราสนใจ ก็เป็นอีกวิธีที่ดีและใครหลายคนกำลังทำกัน เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพกายและใจ นี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก และถ้าหากเป็น งานอดิเรก เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้วด้วยนั้น ก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึกอิ่มเอมใจได้อย่างแน่นอน เพิ่มพลังบวกเหลือ ๆ ให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี และในลิสต์ไอเดียแนะนำงานอดิเรกที่หาทำได้ง่ายในยุคนี้ มีอะไรบ้าง ตรงกับใจคุณบ้างไหมเอ่ย.. ? แนะนำ 6 งานอดิเรก หาทำได้ง่าย ส่งเสริมสุขภาพใจที่ดี เพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง การทำ งานอดิเรก จะทำจากสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่แล้วก็ได้ หรือถ้าหากใครอยากหาอะไรใหม่ๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน แต่การทำงานอดิเรกขอแนะนำว่ามีการกำหนดช่วงเวลาใน 1 สัปดาห์อย่างชัดเจนจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นถ้ารอแต่วันว่าง สุดท้ายวันว่างอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้ โดยไอเดียที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ทำมีดังต่อไปนี้ 1. วาดรูปและระบายสีเรียนรู้ความรู้สึก การวาดรูปและระบายสีจะทำให้คุณโฟกัสลงไปในกระดาษ อยากจะวาดรูปแบบไหนก็วาด อยากเลือกระบายสีอะไรก็ระบาย เพียงแค่ปล่อยใจไปกับงานศิลปะเหล่านั้น เมื่อวาดผลงานเสร็จคุณจะโล่งใจขึ้นเพราะโฟกัสอยู่กับงาน ในขณะเดียวกันความรู้สึกอัดอั้นก็ออกผ่านภาพวาด ซึ่งงานอดิเรกนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และมีหลายสตูดิโอเลยทีเดียวที่รับทำคิลปะบำบัดเพื่อเรียนรู้จิตใจของเราได้ดีมากยิ่งขึ้น 2. เขียน Diary แบบ Free writing สำหรับใครที่ชอบการเขียน โดยเฉพาะชาว introvert ขอแนะนำว่าลองหาสมุดเล่มหนึ่งมาทำเป็น Diary แต่ทีนี้ในการเขียนไม่จำเป็นต้องระบุว่าจะเขียนเรื่องอะไร จะใช้ภาษาแบบไหน จะลำดับเรื่องอย่างไร ขอแนะนำให้เขียนแบบ Free writing ที่ปล่อยมือให้เขียนตามความคิดที่แล่นอยู่ขณะนั้น เขียนไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ที่ต่อให้แม้ในหัวจะคิดว่า “คิดไม่ออกๆ” ก็ให้เขียนแบบนั้นไปเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งนี้จะถือว่าเป็นการระบายความคิดในหัวและความรู้สึกที่ขุ่นข้องในใจ และหากมาอ่านทวนคุณจะรู้เลยว่ากำลังเครียดหรือคิดวนกับเรื่องอะไรอยู่ 3.…

การเรียนภาษาใครว่าต้องจริงจังเคร่งเครียดเสมอไป วันนี้เราได้รวบรวมแอปพลิเคชั่นเรียนภาษาต่างประเทศหรือ แอปเรียนภาษา ยอดนิยม ที่มีคะแนนรีวิวสูง ๆ ทั้งนั้น ใครหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ได้ผลจริง” และนอกจากเรียนภาษาที่สองหรือสามจะเป็นการพัฒนาตนเอง เพิ่มสกิลและศักยภาพในการทำงานแล้ว ขอบอกเลยว่าการเลือกเรียนภาษาผ่านแอปพลิเคชั่นแบบออนไลน์นั้น สะดวก ประหยัดค่าเดินทาง และยังแฝงไปด้วยความสนุกเพลิดเพลิน อีกทั้งยังช่วยสร้างการจดจำได้ดีกว่าบทเรียนเล่มหนา ๆ ที่ต้องนั่งท่องจำแต่ไม่เคยได้ออกเสียงหรือเขียนจริง ซึ่งแอปเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ทักษะในการเรียนพัฒนาได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย 7 แอปเรียนภาษา ทั้งสนุกและได้ความรู้ แอปเรียนภาษา หรือแอปพลิเคชั่นเรียนภาษาต่างประเทศที่เราคัดมาให้วันนี้ถือเป็นตัวช่วยดี ๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างทักษะทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเจ้าของภาษาได้จริงผ่านการแชร์ในคอมมูนิตี้ และในรูปแบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ ! จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย 1. Duolingo คงไม่มีใครไม่รู้จักแอปเรียนรู้ภาษายอดนิยมอย่าง Duolingo ที่ตัวแอปจะมีความเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศตั้งแต่ในระดับพื้นฐาน เพราะภายในตัวแอปนอกจากสาระความรู้เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศแล้วยังได้ทั้งความสนุกจากภารกิจและกิจกรรมส่งเสริมการใช้ภาษาในรูปแบบของเกมให้ผู้ใช้งานได้ลองใช้ เช่น เกมการตอบคำถาม เกมฝึกการฟังเสียง หรือฝึกแปลภาษา ที่จะช่วยพัฒนาและกระตุ้นสมองให้เกิดการเรียนรู้และการจดจำที่ไวกว่าการเรียนแบบท่องจำทั่วไป ที่สำคัญยังมีการแจ้งเตือนให้เรามาเรียนทุกวันกันอีกด้วย 2. Memrise อีกหนึ่ง แอปเรียนภาษา ยอดฮิตที่เน้นการเรียนรู้ภาษาในรูปแบบการจดจำคำศัพท์และไวยากรณ์ภาษา ผ่านเกมจับคู่ศัพท์และเกมช่วยเสริมความจำอื่น ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำศัพท์ไปใช้งานได้จริงในระยะยาว รวมถึงตัวแอปมีการผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยพัฒนาการเรียนรู้ ให้ผู้ใช้งานสามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษกับติวเตอร์-เอไอ (Membot) แบบตัวต่อตัวอีกด้วย ถือว่าเป็นนวัตกรรมล้ำๆ ที่ทำให้คุณสนุกสนานเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่ 3. CAKE แอปพลิเคชั่นเรียนภาษาภาษาจากวิดีโอที่มีชื่อน่ารัก ๆ อย่าง CAKE เป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยฝึกด้านสำนวนภาษาอังกฤษและเกาหลีผ่านบทเรียนที่เป็นระบบมินิเกม ทำให้เกิดการเรียนรู้ จดจำ พร้อมกับความเพลินเพลินสนุกสนาน นอกจากนั้นในแอปยังมี Lesson ให้เลือกเรียนตามหัวข้อต่าง ๆ กับเจ้าของภาษาและทดสอบความสามารถผ่านควิซภายในแอป เรียกได้ว่าครบ จบ ที่แอปเดียวเลย…

ชีวิตในแต่ละวันต่างก็ต้องฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องความรัก ที่อาจเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ หรือเป็นเรื่องที่ใหญ่โตจนใจเราเกินจะต้านไหว ในบทความนี้จึงจะมาแนะนำวิธีการ สร้าง “พลังบวก” ให้ใจแข็งแรง พร้อมลุยทุกปัญหา ทุกอุปสรรค สามารถผ่านความทุกข์และผ่านความสุขได้เป็นอย่างดี หากใจคุณยังไม่แข็งแรงพอ มีอาการท้อถอย หรือรู้สึกดาวน์ ๆ แนะนำว่าต้องรีบอ่านกันเลย 6 วิธีเริ่มต้น สร้างพลังบวก ++ ให้ใจแข็งแรงง่าย ๆ ในการสร้างพลังบวกมีวิธีมากมายให้เลือกใช้หรือเลือกทำ แต่สิ่งที่สำคัญคือใจเราต้องพร้อม พร้อมที่อยากจะเปลี่ยนตัวเองจริง ๆ เพราะถ้าหากใจไม่สู้ ใจมันถอย ใจมันยอมแพ้ไปตั้งแต่แรก เราก็จะไม่สามารถเติมเต็มพลังบวกให้กับตัวเองได้ ดังนั้นเคลียร์ใจตัวเองให้ดี สร้างความตั้งใจ สร้างเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงเอาไว้ ถ้าเคลียร์ตรงนี้ได้แล้ว ก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่า 6 วิธีที่สามารถสร้างพลังบวกมีอะไรบ้าง 1. ดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอกให้มากขึ้น เริ่มต้นง่าย  ๆ กับการสร้าง “พลังบวก” เพียงแค่หันมาสำรวจตัวเองทั้งภายนอก ว่าได้มีการดูแลหน้าตา ผม และการแต่งตัวว่าเป็นอย่างไร แนะนำให้ปรับเปลี่ยนในลุคที่ตัวเองรู้สึกมั่นใจที่สุดและจะต้องสะอาดสะอ้านด้วย ส่วนภายในจิตใจก็พยายามเสพสิ่งที่ดีต่อใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ดูซีรีส์ อ่านหนังสือในแนวให้พลังบวก และงดเว้นการเสพข่าว และเสพโซเชียลจะทำให้สร้างพลังบวกได้ง่ายยิ่งขึ้น 2. พาตัวเองไปเที่ยวให้ธรรมชาติบำบัด พลังบวก การเปลี่ยนบรรยากาศไปยังสถานที่ใหม่ ๆ จะช่วยทำให้เปลี่ยนมุมมองความคิดและบรรยากาศได้เป็นอย่างดี การไปให้ธรรมชาติบำบัดและหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าร่างกายไม่เพียงทำไปเพื่อให้ได้รับอากาศที่สดชื่น แต่ยังสามารถช่วยให้เราผ่อนคลาย และสามารถตกตะกอนความคิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะการพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ โดยเฉพาะธรรมชาติที่ทำให้หัวใจของเราได้เติมเต็ม เพราะสิ่งเหล่านี้หาได้ยากยิ่งในเมืองใหญ่ 3. ดีใจทุกครั้งเวลาที่ทำอะไรสำเร็จพร้อมให้รางวัลตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่เวลาทำอะไรสำเร็จ ให้ดีใจทุกครั้งจะชมตัวเองก็ได้ หรือจะร้อง “เย้” ก็ได้ เพราะสิ่งนี้เป็นการ สร้างพลังบวกที่ถือว่าดีมาก…