ดูแลตัวเอง ใส่ใจสุขภาพ

ถ้าเราบอกเคล็ดลับว่า เพียงแค่เพื่อน ๆ รู้วิธีการ หายใจ อย่างถูกวิธี ก็จะพบว่าตัวเองมีสุขภาพดีขึ้น และมีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว…เพื่อน ๆ จะเชื่อหรือไม่ ? การหายใจของมนุษย์เป็น “ศิลปะ” การหายใจที่สิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์เรียนรู้มาตั้งแต่เกิดเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง และมันเป็นศิลปะเชิงวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง…

เคยสงสัยกันไหมว่า.. ทำไมรถเข็นไอศกรีมถึงใช้เสียงกระดิ่งดังกรุ่งกริ่งทุกครั้งเมื่อต้องตามบ้านใครต่อใครในยามเย็น และเคยรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมว่าทำไมเสียงเพลงในร้านอาหารหรือคาเฟ่ถึงมีอำนาจดึงดูดให้ลูกค้านั่งอยู่กับที่แม้จะกินอาหารเสร็จแล้วก็ตาม คนออกกำลังกายในฟิตเนสเสมือนถูกแรงกระตุ้นจากเสียงเพลงเร้าใจให้มีพลัง หรือหากคุณเป็นหนึ่งในหลายแสนล้านคนบนโลกที่พรั้งเผลอด่วนซื้อของโดยไม่สนราคาแสนแพงของสินค้าชิ้นนั้น บางทีคุณอาจตกอยู่ภายใต้อำนาจสะกดของเสียงเพลงเสียแล้ว Music Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่หลายธุรกิจหยิบใช้แล้วได้ผลมานาน กระทั่งโซเชียลมีเดียเข้ามาในชีวิตเราแบบเต็มตัว…

เชื่อว่าหากคุณได้ยินคำว่า Personalized marketing แล้วคงรู้สึกงุนงง นึกภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร.. ขอให้คุณลองนึกถึงตอนคุณไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตครั้งล่าสุด บรรยากาศร้านค้าที่สะอาดสบายตา คุณภาพสินค้าที่ดี แพคเกจจิ้งน่าหยิบใช้ มีให้เลือกหลายหลาย…

โลกธุรกิจยุคดิจิทัลทุกวันนี้.. การแข่งขันสูง ต้องแข่งกับเวลา วิธีบริหารแบบเดิมที่เน้นวางแผนกลยุทธ์ให้แน่นอนก่อนแล้วค่อยลงมือทำ ถือว่าช้าเกินไปและใช้ไม่ได้ผลดีกับยุคนี้แล้ว ซึ่งปัญหานี้ก่อให้เกิดโซลูชันการบริหารแบบใหม่ คือ “การบริหารด้วย Business Model…

แม้ว่าสงครามและโรคระบาดจะเริ่มซาลงกว่าแต่ก่อน ทว่ากระแสเทรนด์ดิจิทัลก็ยังคงมาแรงไม่หยุดยั้ง เพียงไม่ทันไรโลกของเราก็เริ่มพลัดเปลี่ยนจาก Digital Marketing (DM) สู่ Metaverse Marketing (MM)…

Business knowledge 84%
Technology 71%
Self development 79%
Potential improvement 60%

Athena new release

สวัสดีปีใหม่ ปีที่ใครหลายคนตั้งเป้าว่าต้องเป็นปีแห่งการหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น และหากคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เมื่อดูแลสุขภาพกายแล้ว ต้องห้ามพลาดที่จะหันมาดูแลสุขภาพใจด้วย ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมานี้จะเห็นได้ว่าคนในสังคมทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “Mental Health” กันมากยิ่งขึ้น หรือให้ความสำคัญต่อการหมั่นสังเกตสุขภาพจิตของตนเองเป็นระยะ…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? สัมมนาฟรี แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2024 กับการปรับกลยุทธ์ของนักธุรกิจไทย Strategic Center ขอเชิญเข้าร่วมงาน สัมมนาธุรกิจ…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? การแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในยุคแห่งความรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Age) การบริหารเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จดูเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นทุกขณะ โดยผู้บริหารต้องเห็น 3C กล่าวคือ Change…

คอร์สอบรมนี้สอนอะไร ? ชมรมบริหารงานบุคคลไทยเอชอาร์ออนไลน์ จัดงานประชุมสัมมนาประจำเดือน ตุลาคม 2566 ในหัวข้อ “การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี” เพื่อแชร์ความรู้ด้าน การประเมินผลงาน…

ดาเมจรุนแรงมากสำหรับกระแส Sustainability รณรงค์ให้คนหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น กระแสพุ่งตรงแรงที่ตั้งแต่ระดับตัวบุคคล ครอบครัว คนรักสุขภาพมากขึ้นและก็รักษ์โลกไปด้วย ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก-ใหญ่ บริษัทแบรนด์ใหญ่ ๆ รีแบรนด์ตัวเองให้เป็นสาวก Eco Friendly ออกแคมเปญโปรโมท Sustainability มากมาย ตลอดจนการลงทุนาสร้างโปรเจคอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร และแน่นอนว่ามันคีพคูลเข้ากับเทรนด์ Eco Friendly ในเจเนอเรชั่นนี้มาก…

การพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในด้านต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตและการทำงาน เพราะเป็นหนทางสุจริตเพียงหนทางเดียวที่จะนำพาตัวคุณเองไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จหรือมีคุณภาพชีวิตดีกว่าที่เป็นมาได้ เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คุณควรจะต้องเริ่มจากการค้นหา “วิธี” เพื่อ “พัฒนาตนเอง” ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตัวคุณเสียก่อน และตามท๊อปปิคตัวหนาของเราในวันนี้เลยที่ต้องการเน้นย้ำว่า.. การพัฒนาตนเองที่ได้ผลดีนั้น คุณไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครเพื่อที่จะเหนือกว่า หรือแม้แต่การแข่งขันกับตัวเองในแบบฉบับเมื่อวาน ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรเช่นกัน !!! คำคมติดหูที่คุณมักได้ยินบ่อย ๆ เช่นว่า “คุณคนนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน..” ใด ๆ เหล่านั้น..ขอให้ลืมมันซะ อย่าไปกดดันตัวเอง เพราะชีวิตของแต่ละคนมีขึ้นและลงตลอดเวลา ดังนั้นการตั้งมายเซ็ตแบบนั้นจะส่งผลต่อจิตใจในเชิงลบได้ เราไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับใคร ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเราเองกับใคร คนคนเดียวที่เราควรจะแข่งขันด้วยก็คือตัวเราเองในวันนี้ กำหนดเป้าหมายให้แน่ชัด เพื่อให้การ “พัฒนาตนเอง” มีประสิทธิภาพ  ก่อนจะเข้าสู่วิธี “พัฒนาตัวเอง” สิ่งสำคัญแน่ชัดที่สุด คือการ “กำหนดเป้าหมาย” ให้ชัดเจน และควรจะกำหนด 1 เป้าหมายหลัก และเป็นประโยคสั้น ๆ เพื่อที่คุณจะสามารถมุ่งไปสู่เป้าหมายได้อย่างชัดเจน ไม่วอกแวก ยกตัวอย่างเช่น  จากตัวอย่างจะเห็นแล้วว่าเป้าหมายนั้นสามารถเป็นได้หลายอย่าง ซึ่งบางอย่างอาจจะกำหนดระยะเวลาในการทำได้ แต่บางอย่างจะต้องทำสม่ำเสมอและไม่ควรหยุดเด็ดขาด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณเลยว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นอย่างไร และเมื่อเป้าหมายสำเร็จจะขยายเพิ่มเติมหรือไม่ อันนี้ก็สุดแล้วแต่คุณเลย ทริคการกำหนดเป้าหมายอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผลดีเยี่ยม ไปดูได้ที่.. 6 วิธี พัฒนาตนเอง แบบ “แข่งกับตัวเอง” มั่นคงและประสบความสำเร็จ รแนะนำ 6 วิธีพัฒนาตัวเอง แบบมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หรือยัดเยียดให้ประสบความสำเร็จได้ไว ๆ ขอเพียงแค่คุณตั้งมั่นและปักหมุดเป้าหมายที่ได้เลือกให้ดี และพยายามทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องกดดันตัวเอง เพราะการพัฒนาตัวเองควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น คนรอบข้างดีขึ้น ไม่ใช่พัฒนาตัวเองเพื่อให้ความสุขลดน้อยลง แล้วคุณจะรู้ว่า เพียงแค่คุณคนเดียวก็สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสได้ !…

หากเราตั้งคำถามกับตัวบุคคลในด้าน การทำงาน ว่า จะทำงานอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ? หรือทำอย่างไรให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ?.. เชื่อว่าคำถามเหล่านี้ตอบยากมาก ๆ เพราะการพัฒนาการทำงานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่าในปัจจุบันการทำงานของคนยุคใหม่ล้วนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การทำงาน อยู่เสมอก็ตาม แต่นั่นก็ไม่วายต้องพบกับอุปสรรคที่เกิดจากปัญหาตัวบุคคล นั่นก็เพราะมนุษย์มิใช่เครื่องจักร ไม่สามารถทำงานอย่างมีสเถียรภาพได้ในทุกวัน ปัญหายอดฮิตที่มักพบ เช่น การบริหารเวลาไม่ดี ปัญหาการจัดการเรื่องส่วนตัว จัดลำดับความสำคัญงานไม่ถูกต้อง ขาดทักษะการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้จึงทำให้งานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ Main Focus คอร์สอบรมแนะนำจาก อบรมดอทคอม

บนโลกนี้มีปัญหามากมายให้มากระทบให้เราก้าวข้ามผ่านไป แต่บางครั้งปัญหาก็ถาโถมเข้าใส่จนทำให้เกิด “ความรู้สึกดาวน์” หรืออาการจิตตก หลายครั้งหลายคนสามารถก้าวข้ามภาวะนั้นได้ด้วยตัวเองผ่านประสบการณ์หรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ทำเช่นนั้นได้ จนหลายครั้งความรู้สึกยิ่งดำดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ กว่าจะดึงสติไหวตัวทัน ความคิดก็พาโลดแล่นไปไกล.. ในบทความนี้เราจึงปรารถนาพาทุกคนไปลองสังเกตตัวเองเบื้องต้น เพื่อให้รู้เท่าทัน และรู้วิธีทางป้องกันตัวเองให้ไม่ไถลลึกลงไปตามความรู้สึกดาวน์นั้น *ข้อสำคัญ* คุณไม่จำเป็นเร่งรีบกับสิ่งนี้ หรือคิดว่าต้องทำมันให้ได้ทั้งหมด ให้คุณผ่อนคลายและเพียงแค่เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวคุณ คุณอาจจะเป็นคนที่ “อัพ” ผ่านตรงนี้ไปได้อย่างงดงาม “Your story isn’t over” ลองสังเกต.. ความรู้สึกดาวน์ เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ความรู้สึกดาวน์ของแต่ละคนมีลักษณะหลากหลายแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากแล้วจะเป็นความรู้สึกเชิงลบ รู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ จมอยู่กับโลกแห่งความคิด ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากพบเจอใคร ไม่อยากทำอะไร แม้แต่สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบก็ไม่สามารถทำได้ และถ้าถามว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ? ต้องบอกเลยว่าเกิดได้หลายสาเหตุมาก ทั้งเหตุการณ์ที่เผชิญหน้าโดยตรง หรือเหตุการณ์ของคนอื่นที่มากระทบ บรรยากาศที่ชวนหดหู่ รวมถึงการมองดูสิ่งเก่า ๆ ที่อาจจะเคยเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อจิตใจของคุณ ก็จะทำให้เกิดอาการจิตตกนี้ได้ หากคุณเข้าใจ “จุดกำเนิด” และ “รู้เท่าทัน” ในการรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ สิ่งนั้นจะช่วยเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถก้าวข้ามผ่านความรู้สึกดาวน์นั้นไปได้ รู้ตัว รู้ใจ รู้ทัน ความรู้สึกดาวน์ ก่อนเสี่ยงซึมเศร้า อย่างที่บอกไป.. คุณไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำมันให้ได้ทั้งหมด สำคัญคือต้องผ่อนคลาย และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของคุณควบคู่กันไป ดังนั้นทริคในส่วนนี้จะเป็นวิธีที่ทำให้เรารู้ตัว รู้ใจ รู้ทัน ตัวเอง อีกทั้งยังสามารถ “หลีกเลี่ยง” ความรู้สึกดาวน์ ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ไม่ก็หายจากความรู้สึกดาวน์นั้นได้เลย เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะต้องทำอย่างไร 1. “อย่า” หาคำตอบจากความคิด ในทุกครั้งที่คุณอินกับความรู้สึกดาวน์ มักจะมีปัญหาหรือความกังวลใจเข้ามากระทบ เราต้อง “อย่า”…

มีแฟนเป็นคนขยันมันก็ดีต่อใจที่เขาเป็นคนเอาการเอางาน ในขณะที่หลายคู่กลับรู้สึกเพลียใจว่าแฟนบ้างานเกินไป จนแทบไม่มีเวลามาใส่ใจในเรื่องความรักกันบ้างเลย ทำให้เรารู้สึกน้อยใจอยู่บ่อย ๆ ว่าตอนนี้ยังรักกันอยู่หรือเปล่า เอาล่ะ ! วันนี้เรามี 5 วิธีรับมือง่าย ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับคู่รักที่มีแฟนเป็นชาว Workaholic หรือ “คนบ้างาน” มาฝากนั่นเอง อ่านจบรับรองว่าคุณจะเข้าใจมนุษย์แฟนบ้างานคนนี้มากขึ้น และเผลอ ๆ จะทำให้ชีวิตคู่ลงตัวมากขึ้นด้วยค่ะ 1. Slow down ถามตัวเองก่อน… ข้อแรกนี้สำคัญ เป็นข้อเปิดหัวเลยก็ว่าได้ นั่นคือก่อนที่เราจะไปนอยด์ใส่ว่าเขาเป็นแฟนบ้างานนั้น ก่อนอื่น ถามตัวเองก่อนว่าแฟนบ้างานแล้วความรักยังดีอยู่ไหม ? เราต้องการมากเกินพอดีหรือไม่ ? เพราะสำหรับบางคู่ จริง ๆ การไปนอยด์ใส่กันมันกระทบต่อความสัมพันธ์ ในบางกรณีแม้ว่าแฟนจะเป็นพวกบ้างาน แต่ก็ยังหาเวลามาดูแลเอาใจใส่กันได้เป็นอย่างดีหรือในระดับที่พอดี หรือเขาเป็นแฟนในแบบที่เห็นงานสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนทุกเรื่องเสมอ คุณต้องทบทวนให้ดีก่อนตัดสินใจ 2. Say that ! ไม่พูดก็ไม่เข้าใจกัน ถ้าทบทวนข้อแรกดีแล้ว… นี่คือขั้นตอนต่อมา ก่อนอื่นเราอยากให้คุณเชื่อเถอะว่าคนบ้างานส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังบ้างานอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าใครกำลังเดือดแฟน ขอให้ลดระดับลงมาครึ่งนึงก่อนที่จะทำตามวิธีในขั้นตอนนี้ เพราะเราจะแนะนำให้คุณพูดมันออกมาค่ะ ! ถ้าเรามัวแต่ดราม่า น้อยใจเก็บไว้คนเดียวโดยไม่พูดออกมา แฟนบ้างานก็ไม่มีทางรู้ได้หรอกเชื่อได้เลย ซึ่งจะดีกว่าไหมถ้าเราต้องการเวลาจากเขาหรืออยากให้เขาปรับอะไรบ้าง เราก็แค่ต้องใจเย็น ตั้งสติ ท่องไว้ว่าต้องใช้เหตุและผลเสมอ จากนั้นค่อย ๆ พูดความต้องการของเราออกมา คุณต้องรวบรวมสมาธิให้ดี และระมัดระวังให้ไม่นำอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จากนั้นอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเรื่องนี้กำลังเป็นปัญหากับชีวิตคู่ของเรา และคุณต้องการอะไรจากเขา พูดคุยกันบนพื้นฐานของคนที่ต้องอยู่ร่วมกันด้วยความรัก แม้ท้ายที่สุด อาจจะมีทะเลาะกัน แต่ยังดีกว่าปล่อยเงียบให้เป็นปัญหากัดกินใจของเราต่อไป ผู้เสพติดงานนั้นมักจะไม่เห็นว่าพฤติกรรมของตัวเองเป็นปัญหา เพราะเมื่อพวกเขาทำงานปริมาณมาก พวกเขาก็มักจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น รวมถึงการเลื่อนตำแหน่งศ.เชาเฟลี. https://www.bbc.com/thai/international-43651278 3. Reasonable เข้าใจเหตุผลของชาว Workaholic…

ถ้าหากใครนั่งติดอยู่กับโต๊ะทำงาน นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน หรือสาวก “มนุษย์เงินเดือน” แบบเรา ๆ ที่ทำงานวันนึงต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงไม่ได้พัก หรือมีการเปลี่ยนอิริยาบถน้อยมากในแต่ละวัน ไม่ต้องแปลกใจ.. คุณก็คือคนนึงที่กำลังเสี่ยงหรืออยู่ในสภาวะของ โรคออฟฟิศซินโดรม เสียแล้ว โรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศ โดยลักษณะอาการของคนที่เป็นโรคชนิดนี้เกิดจากการใช้มัดกล้ามเนื้อ และเยื่อพังผืดที่เดิมซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อส่งผลให้ปวดในระยะยาว และถ้าหากมีการดูแลไม่ดีพอ หรือไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี โรคนี้อาจลุกลามเรื้อรังได้ ถึงตอนนั้นอาจเป็นเรื่องใหญ่ให้เปลืองสตางค์ถึงขั้นผ่าตัดเลยก็มั ดังนั้นอย่านิ่งนอนใจ สุขภาพของคุณควรมาเป็นอันดับหนึ่ง ว่าแล้วก็ลองไปสังเกตุอาการกันก่อนเพื่อหาแนวทางรักษาและการป้องกันต่อไป.. เช็กลิสต์ ! โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นตรงไหนได้บ้างและต้องดูแลอย่างไร 1. ปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก สำหรับอาการ โรคออฟฟิศซินโดรม ที่สามารถเจอได้บ่อยนั่นก็คือ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือก็คือส่วนด้านบน ที่อาจจะเกิดได้จากการทำงานในโต๊ะที่ไม่ตรงตามสรีระของร่างกาย หรือก็คือนั่งหลังค่อม คอยื่นเป็นเวลานาน ๆ  วิธีรักษา : ทายาแก้ปวด, นวดแผนไทยให้กล้ามเนื้อคลาย, ทำกายภาพบำบัด เช่น เครื่อง Shock Wave วิธีป้องกัน : ปรับท่านั่งให้ถูกหลักโดยด่วน และทุกเช้า – เย็น ให้ทำการยืดเส้น โดยเริ่มได้จากใช้มือข้างซ้ายจับที่ศีรษะดันมาที่ด้านซ้ายแล้วให้บ่าตึงที่ด้านขวา (ทำสลับกัน), ให้ใช้มือข้างที่ถนัดกดศีรษะมาด้านหน้าและเงยขึ้น, ให้จับศีรษะหันหน้า 45 องศา (ทำสลับกัน) อย่างละ 15 ครั้ง 2. ปวดหลัง ในส่วนของอาการปวดหลังก็สามารถพบเจอได้บ่อยเช่นเดียวกัน ส่วนมากจะมีอาการบริเวณช่วงหลัง หรือไล่ไปแนวบริเวณด้านข้างกระดูกสันหลัง โดยอาการปวดหลังอาจเกิดได้จากนั่งไม่เต็มก้น นั่งเลื่อย…